กำเนิดอาณาจักรอุษมานียะฮฺ (1)

1. ต้นกำเนิดและถิ่นฐานของเผ่าเติร์ก

ดิน แดนพ้นทะเล หรือแทรนโซเซเนีย(Transoxania) หรือพื้นที่รอบบริเวณประเทศตุรกีสถานในปัจจุบัน เริ่มจากที่ราบสูงของมองโกเลียไปจรดทางทิศเหนือของจีนด้านตะวันออกและทะเลก็ อซรีนด้านทิศตะวันตก และเริ่มจากที่ราบลุ่มของไซบีเรียด้านทิศเหนือไปจรดคาบสมุทรอินเดียและเปอร์ เซียด้านทิศใต้ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าอัลฆ็อซ (Oguz) (Bartold, Ahmad al-Aid (Trans), Tarikh al-Turk fi Asia al-Wustow, p.106) ซึ่งเป็นบรรพชนของชาวเติร์ก (Sadruddin al-Husaini, Akhbar al-Umara’ wa al-Muluk al-Saljukiyah, pp.2-4)
ต่อมา ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 6 แห่งคริสต์ศักราช เผ่าอัลฆ็อสได้อพยพย้ายถิ่นฐานมุ่งสู่เอเชียน้อย (Asia Minor) เขตอานาโดลหรืออานาโตเลีย (Anatolia) หรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน ส่วนสาเหตุที่นำไปสู่การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ดังกล่าวยังเป็นที่ขัดแย้งของ เหล่านักประวัติศาสตร์ บางคนมีทัศนะว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความแห้งแล้งที่รุนแรงและมีลูกหลานมาก ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างอัตคัดและขัดสน จึงจำเป็นต้องอพยพออกจากถิ่นฐานเดิมเพื่อแสวงหาถิ่นฐานใหม่ที่มีความอุดม สมบูรณ์สามารถทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้ (Abd.al-Lateef Duhaisly, Qiyam al-Daolat al-Uthmaniyah, p.8 ) ขณะที่บางคนกล่าวว่าการอพยพดังกล่าวมีสาเหตุจากเหตุผลด้านการเมือง เพราะพวกเขาได้รับความกดดันจากการรุกรานอย่างต่อเนื่องของชาวมองโกลที่มี กำลังพลที่เข้มแข็งกว่าและมีศาสตราวุธที่มากกว่า ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของชนเผ่าจึงจำเป็นต้องอพยพจากถิ่นฐานเดิมของตน เพื่อไปแสวงหาถิ่นฐานใหม่ (Ahmad al-Makreezi, al-Sulook, 1/1/3) ที่อุดมสมบูรณ์ สงบ มั่นคง และห่างไกลจากอำนาจของมองโกล (Abd.al-Lateef Duhaisly, p.8 )

เผ่าอัลฆ็อสได้เดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกและ หยุดพักบริเวณใกล้ชายฝั่งแม่น้ำเจฮูน (Oxus/Amu-Darya River) และในที่สุดพวกเขาก็พบทำเลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งถิ่นฐานชั่วคราวบริเวณฏ็ อบรุสตาน (Tobrustan) และญุรญาน (Jurjan) ซึ่งเป็นบริเวณชายแดนที่ติดต่อกับอาณาจักรอิสลาม -ในปี ฮิจญ์เราะฮฺศักราชที่ 21 (ค.ศ. 641) เขตดังกล่าวได้ถูกชาวมุสลิมพิชิตลง หลังจากที่พวกเขาได้รับชัยชนะในสงครามนะฮาวันด์และได้ถล่มอาณาจักรซาซานแห่ง เปอร์เซียลงอย่างราบคาบ (Syauqi Abu Khalil, Nahawand, pp.55-70)- ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งหลักแหล่งอยู่ในบริเวณนั้น (Ibn al-Athir, al-Kamil fi al-Tarikh, 8/22)

2. ความสัมพันธ์ระหว่างชาวเติร์กและโลกอาหรับ

ใน ปี ฮ.ศ. 22 (ค.ศ.642) กองทัพอิสลามได้ยกทัพเพื่อไปพิชิตหัวเมืองต่างๆในเขตที่ชาวเติร์กอาศัยอยู่ ณ สถานที่ดังกล่าวได้มีการเผชิญหน้ากันระหว่างแม่ทัพอิสลาม อับดุลเราะหฺมาน บิน เราะบีอะฮฺ กับกษัตริย์ของชาวเติร์กมีนามว่า ชะฮฺรุบัรร็อช กษัตริย์ได้ยื่นข้อเสนอขอทำสัญญาสงบศึก พร้อมกับแสดงท่าทีว่ากองทัพของเขาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพอิสลาม ในการโจมตีเมืองอัรมัน ดังนั้นอับดุลเราะหฺมานจึงนำกษัตริย์เติร์กไปพบกับแม่ทัพใหญ่สุรอเกาะฮฺ บิน อัมรู หลังจากที่กษัตริย์เติร์กได้พูดคุยและแสดงออกถึงเจตนารมณ์ของตนให้สุรอเกาะ ฮฺฟัง สุรอเกาะฮฺก็เห็นด้วย ดังนั้นท่านจึงเขียนสารส่งไปยังเคาะลีฟะฮฺอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบเพื่อแจ้งถึงความประสงค์ของที่จะขอทำสัญญาสงบศึกของกษัตริย์ เติร์กและทัศนะของตนในเรื่องดังกล่าว และหลังจากที่ได้รับสารความเห็นชอบจากเคาะลีฟะฮฺอุมัร การทำสัญญาสงบศึกระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงเกิดขึ้นโดยปราศจากการนองเลือด หลังจากนั้นกองทัพทั้งสองจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองอัรมันเพื่อร่วมกันทำ การพิชิต (Ibn Jarir al-Tobari, Tarikh al-Umam wa al-Muluk, 3/256-257)

กอง ทัพอิสลามยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเผยแผ่อิสลามและพิชิตเมืองต่างๆทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรเปอร์เซีย จนกระทั่งการเรียกร้องเชิญชวนสู่อิสลามได้แพร่สะพัดจนครอบคลุมพื้นที่ส่วน ใหญ่ของบริเวณดังกล่าว และหลังจากที่อาณาจักรเปอร์เซียอันเป็นกำแพงที่สกัดกั้นการเดินหน้าของการ เรียกร้องเชิญชวนสู่อิสลามของชาวมุสลิมถูกพิชิตลงอย่างราบคาบโดยกองทัพอิส ลาม ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมชาวมุสลิมกับพลเมืองแห่งอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งมีชาวเติร์กรวมอยู่ด้วย จึงเริ่มขึ้นและทยอยกันเข้ารับอิสลามอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสนอตัวเข้าเป็นแนวร่วมของกองทัพอิสลามในฐานะมุสลิมคนหนึ่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแผ่อิสลามและพิชิตเมืองต่างๆต่อไป (Muhammad Anis, al-Daulah al-Uthmaniyah wa al-Syarqu al-Arabi, pp.12-13)

ใน สมัยการปกครองของเคาะลีฟะฮฺอุษมาน บิน อัฟฟาน กองทัพอิสลามได้พิชิตเมืองฏ็อบรุสตาน และในปี ฮ.ศ. 31 กองทัพอิสลามได้เดินทางข้ามแม่น้ำเจฮูนและตั้งค่ายพักแรมอยู่ ณ เมืองพ้นทะเล หรือเขตแทรนซิเซียนา จึงทำให้ชาวเติร์กทยอยกันเข้ารับอิสลามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอิสลาม (Al-Balazuri, Futuh al-Buldan, p.405,409)

ในสมัยการปกครองของเคาะ ลีฟะฮฺมุอาวียะฮฺ บิน อบีสุฟยาน กองทัพอิสลามได้ทลวงลึกเข้าไปยังแคว้นต่างๆมากยิ่งขึ้นจนสามารถพิชิตเมืองบุ คาราและสะมัรกันด์ จนในที่สุดเมืองต่างๆในเขตพ้นทะเลกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอิสลามอย่าง เต็มภาคภูมิ (Mahmood Syakir, Khurasan, pp.20-35)

จากนั้น บทบาทของชาวเติร์กก็เริ่มฉายแสงเจิดจรัสในเขตพระราชวัง และคฤหาสน์เสนา และทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงการปกครองของราชวงศ์อับบาสิยะฮฺ ถึงขนาดมีบางคนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะบริหาร ของราชอาณาจักร ซึ่งพวกเขามีแต่ความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ในหน้าที่มาตลอด จนได้รับความไว้วางใจ

ในสมัยการปกครองของเคาะลีฟะฮฺอัลมุอฺตะซิมแห่ง ราชวงศ์อับบาสิยะฮฺ พระองค์ได้เปิดโอกาสให้ชาวเติร์กได้มีส่วนร่วมด้านการบริหารการปกครอง อย่างกว้างขวาง จนกิจการสำคัญๆและตำแหน่งงานบริหารระดับสูงได้ตกเป็นของชนเผ่าเติร์กเกือบ ทั้งหมด ที่เป็นเช่นนั้นอัลมุอตะซิมต้องการที่คานอำนาจและบารมีของของชาวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่กุมอำนาจเบ็จเสร็จในการบริหารกิจการของอาณาจักรราชวงศ์อับ บาสิยะฮฺ นับตั้งแต่สมัยการปกครองของเคาลีฟะฮฺอัลมะมูมเป็นต้นมา.

นับ ตั้งแต่นั้นมา ชนเผ่าเติร์กก็เริ่มออกมามีบทบาทสำคัญที่โดดเด่นและโลดแล่นบนเวทีประวัติ ศาสตร์อิสลามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถสถาปนาอาณาจักรการปกครองเป็นของตนเองเคียงค้างกับอาณาจักร อับบาสิยะฮฺ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามของอาณาจักรซัลญูก (Saljuks) (Abd.al-Lateef Duhaisly, Qiyam al-Daulat al-Uthmaniyah, p.12) และการสถาปนาอาณาจักรอุษมานียะฮฺหรือออตโตมานในเวลาต่อมา…

http://www.iqraforum.com/oldforum1/www.iqraonline.org/forum/index0390.html?topic=732.0

ตอบคำถาม/แสดงความคิดเห็นได้ครับ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Mistersor Forum

"ชีวิตร้ายๆ ของผู้ชายบ้านๆ"

Mistersor Training Center

ศูนย์ฝึกอบรมคอมพิวเตอร์และภาษามิสเตอร์ซอ "เรียนง่าย เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง"

ห้องเรียน DLIT โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล

โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)

The Nicessist

Real Feelings.

Discover

A daily selection of the best content published on WordPress, collected for you by humans who love to read.

เทคนิคง่ายๆ เกี่ยวกับ Microsoft Office 2010

รวบรวมสาระที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Microsoft Office 2010

The ICT Center : Phiman Phitthayasan School

ศูนย์ไอซีทีโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล

A.ROJJANA WANON

เส้นทางผ่าน...สู่ฝันอันยิ่งใหญ่

moneyindy

การเงินแบบ งงๆ แต่เป็นตัวเรา

atc trainning Center

ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์และภาษา อาเซียนเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (Asean Trainning Center)

kruphysurin

A fine WordPress.com site

krula.wordpress.com/

อับดุลเลาะฮ์ พันหวัง ครู คศ.๒ โรงเรียนบ้านกุบังปะโหลด สพป.สตูล

thanaphon160333

Just another WordPress.com site

เรียนรู้เรื่องการศึกษาในศตวรรษที่ 21

เรียนรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอน เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และการบริหารการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21

ICT Labschool Leadership Centre, SATUN

ศูนย์การจัดกการเรียนการสอนเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนในฝัน จังหวัดสตูล

ictkruapple

kruapple,krooapple,ictkruapple,ictkrooapple,เรียนรู้กับครูเปิ้ล,คอมพิวเตอร์กราฟิกกับครูเปิ้ล,computer graphic,graphic,mass

%d bloggers like this: